เกี่ยวกับมิวนิค
มิวนิค บาวาเรีย ทิโรล ดินแดนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ มีสถานที่น่าสนใจมากมายให้เลือกไปเยือน

สัมผัสมิวนิค เมืองหลวงอันมีสีสันของบาวาเรีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีด้วยพิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยม โรงละครระดับโลก การแสดงออร์เคสตราที่มีเสน่ห์และโดดเด่น โบสถ์และพระราชวังที่โออ่า สวนสาธารณะที่งดงาม และแหล่งช้อปปิ้งสินค้าชั้นนำ เมื่อเดินทางลงมาทางใต้ก็จะได้พบกับบรรยากาศอันแตกต่างของชนบทบาวาเรีย ที่เงียบสงบและมีปราสาทงดงามเรียงรายไปจนถึงชายแดนที่ติดกับออสเตรียการได้ปีนสู่ยอดเขาซุกสปิตเซซึ่งสูงที่สุดในเยอรมนีเพื่อชมวิวทิวทัศน์สุดตื่นตา ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ยากลืมเลือน

เมื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่ออสเตรีย ท่านก็จะได้พบกับแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ คือ สถานที่ที่ท่านจะได้พบกับชีวิต แบบยุโรปตอนกลาง ซึ่งผสานธรรมชาติกับวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ ทิโรลมีภูมิประเทศงดงาม เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแสนนาน ด้วยยอดเขาตระหง่านและหุบเขางดงามราวภาพวาด ผาหินสูงชันสลับทุ่งหญ้าเขียวขจี ทะเลสาบทอแสงประกายบนยอดเขาและธารน้ำแข็งตระการตา

ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Schloss Neuschwanstein)
ปราสาทนอยชวานชไตน์รู้จักกันดีว่าเป็นต้นแบบของปราสาทดิสนีย์แลนด์ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้น เมื่อกว่าร้อยกว่าปีก่อนนี้เอง ที่สำคัญกว่านั้น ปราสาทแห่งนี้เป็นการสร้างขึ้นตามจินตนาการของพระเจ้าลุดวิค ที่คลั่งไคล้เรื่องราวของกษัตริย์ฝรั่งเศษและเหล่าอัศวินจากบันทึกและตำนาน พอใฝ่ผันอยากย้อนกลับ ไปในอดีตมากๆเข้าก็เลยออกแบบแล้วสั่งคนสร้างปราสาท พร้อมๆ กับสมมุติว่าตัวเองอยู่ในยุคโบราณ และมีอัศวินห้อมล้อมเสียเลย
พระเจ้าลุควิคที่ 2 เป็นโอรสของพระเจ้ามักซิมิเลี่ยนที่ 2 เริ่มสร้างประสาทแห่งนี้ในปี 1868 พระองค์เติบโตมา ในปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) ของพระบิดาซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน พระเจ้าลุดวิคทุ่มเงินมหาศาล จากท้องพระคลังสร้างและตกแต่งปราสาทนี้เป็นเวลาถึง 17 ปี ระหว่างที่เพิ่งเริ่มสร้างนอยชวานชไตน์ไปได้ 2 ปี พระองค์ก็เริ่มออกสร้างปราสาทอีกแห่ง คือ ลินเดอฮอฟ (Linderhof) ไปด้วยพร้อมๆกัน 8ปีหลังจากนั้นเมื่อสร้างลินเดอฮอฟเสร็จ ก็สั่งให้เริ่มการก่อสร้างปราสาทแฮเรนคิมเซ (Herrenchiemsee) พระองค์ใช้เวลาและทรัพย์สมบัติของแผ่นดินไปกับปราสาทและการแสดงดนตรีมากกว่าที่จะประทับในมิวนิค เพื่อบริหารบ้านเมือง ดังนั้น วันที่ 8 มิถุนายน ปี 1886 ขณะที่มีพระชนม์มายุเพียง 41 พรรษา เหล่าข้าราชบริพารจึงคุมตัวพระองค์ไว้ พร้อมแถลงการณ์จากการวินิจฉัยของแพทย์ว่าพระองค์เข้าข่ายวิกลจริต ไม่สามารถครองบัลลังก์ได้ วันที่ 12 มิถุนายน 1886 พระองค์ถูกพาไปยังปราสาทแบร์กใกล้เมืองมิวนิค เช้าวันรุ่งขึ้นนั้นเองก็มีผู้พบพระศพในทะเลสาบพร้อมศพของดร.กู้ดเดน แพทย์ผู้วินิจฉัยว่าพระองค์สติวิปลาส ไม่มีการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงว่าถูกลอบปลงพระชนม์ หรือเป็นอัตวิบากกรรม เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ปราสาทแห่งนี้ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

นอยชวานชไตน์ โฮเต็ลส์ แอนด์ อีเวนท์ส (Neuschwanstein Hotels & Events) คือ กลุ่มโรงแรมที่ตั้งอยู่ใน หมู่บ้านชวานเกา (Schwangau) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีถึง 2 แห่งด้วยกัน คือ ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) และ ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein) ของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 (King Ludwig II) โรงแรมแบบบาวาเรีย ชลอสโฮเต็ล ลิเซิล แอนด์ เยเกอร์เฮาส์ (Schloss Hotel Lisl & Jagerhaus) ที่หรูหรา แขกที่เข้ามาพักในโรงแรมสามารถมองเห็นปราสาท ที่งดงาม รับประทานอาหารค่ำใต้แสงเทียนด้วยเมนูของราชสำนักและเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีพื้นเมือง

โอเบอร์อัมเมอร์เกา (OBERAMMERGAU) เมืองเล็กๆในแคว้นบาวาเรีย มีประชากรไม่ถึง 5,000 คน แต่มีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านการแกะสลักไม้ ส่วนใหญ่จะแกะสลักเป็นเรื่องราวหรือฉากเหตุการณ์ ทางศาสนาคริสต์เป็นหลัก อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่มีภาพวาดสวยงามบนกำแพง และมีระเบียงประดับ ด้วยกระถางต้นไม้ดอกไม้เล็กๆ ดูจุ๋มจิ๋มน่ารัก เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกายังใช้เป็นสถานที่จัดงาน PASSION PLAY ที่เก่าแก่ที่สุดในเยอรมัน ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 10 ปี โดยชาวบ้านจะมาร่วมกันแสดงละครกลางแจ้ง บอกเล่าเรื่องราวในบั้นปลายพระชนม์ชีพของพระเยซู ล่าสุดจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2000 ที่เมืองโอเบอร์อัมเมอร์เกามีร้านสาขาของ KATHE WOHLFAHRT (เคที่ โวลฟาร์ท) จากเมืองโรเธนบอร์ก ร้านที่มีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส และของที่ระลึกต่างๆที่ส่วนใหญ่ทำจากไม้

การ์มิชพาร์เทนเคียร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) เมืองคู่แฝดที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1936 ทั้งตั้งอยู่ที่ตีนเขาซุกสปิตเซ ยอดเขาสูงสุดของเยอรมนี ตัวเมืองการ์มิชพาร์เทนเคียร์เช่นน่ารักด้วยภาพวาดบนกำแพงบ้านที่นักท่องเที่ยวจะเดินชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ ควบคู่กับการพบเจอชาวเมืองที่ยังใส่ชุดพื้นเมือง กางเกงสั้นแค่เข่า เสื้อปักลูกไม้ เป็นปกติวิสัย นอกจากนี้ การ์มิชฯ ยังเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมกีฬากลางแจ้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เทนนิส กอล์ฟ ล่องแพ เล่นสเก็ต สกี ไปจนถึงสโนว์บอร์ด ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่จัดแสดงเทศกาลริชาร์ด สเตราส์ (Richard Strauss Festival) ในเดือนมิถุนายนของทุกปีด้วย (ริชาร์ด สเตราส์ นักประพันธ์เพลงผู้โด่งดังคือพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเมือง)

ซุกสปิตเซ (Zugspitze)
เดินทางสู่ซุกสปิตเซ ยอดเขาที่สูงที่สุดของเยอรมัน ใช้เวลาวันพักผ่อนบนความสูง 2,964 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กับการเดินทางแบบสบายๆ ก็อาจเดินทางด้วยรถไฟจากการ์มิช-พาร์เท่นเคียร์เช่น สู่สถานี ซุกสปิตซ์ปลาต ที่ระดับความสูง 2,600 เมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว อาจเลือกใช้เส้นทางรถไฟจากไกรเนา หรือจาก ไอบ์เซ และจากสถานีซุกสปิตซ์ปลาต จะเดินทางด้วยรถเคเบิลถึงยอดเขาในเวลาเพียง 5 นาที อีกเส้นทางหนึ่งที่อาจใช้ได้คือการใช้รถเคเบิลจากไอบ์เซ ตรงสู่ยอดเขา ซึ่งเส้นทางนี้จะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามตื่นตาของทะเลสาปเบื้องล่าง และใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น หรือเพียงวนนั่งชมวิวเล่นด้วยรถไฟและรถเคเบิลทางไอบ์เซ ก็จะให้ประสบการณ์ประทับใจที่ยากจะลืมเลือน
จากยอดเขา จะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 ยอดในแผ่นดินออสเตรีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี จากนั้นแวะเยี่ยมเยียนภัตตาคาร Gipfelstube ซึ่งมีเบียร์การ์เด้น ที่จัดนิทรรศการศิลปะที่ตั้งอยู่สูงสุดในเยอรมนี อินเตอร์เน็ตคาเฟ และห้องวิดีโอ ซึ่งฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของทางรถไฟซุกสปิตซ์บาห์น
เบื้องล่างจากยอดเขาลงไป 400 เมตร คือซุกสปิตซ์ปลาต ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งเพียงสายเดียวในเยอรมนี ในช่วงเวลาที่หิมะตกหนามีสภาพเหมาะสมสำหรับการเล่นสกี คือในเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายน บริเวณนี้คือลานสกี และเนินลาดสำหรับเล่นสกีที่มีความยากง่ายหลากหลายให้เลือกเล่น ในบริเวณนี้มีภัตตาคาร SonnAlpin ซึ่งมีบาร์เปิดท่ามกลางหิมะ และระเบียงอาบแดด รวมทั้งห้องจัดประชุมสัมมนาด้วย
ซุกสปิตเซ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด เป็นศูนย์กลางอันดับหนึ่งของการเล่นกีฬาฤดูหนาวของเยอรมนี ซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งตั้งอยู่บนหุบเขากว้างใหญ่ที่ซึ่งแม่น้ำพาร์ทนัค และลอยซัค มาบรรจบกัน และด้วยทิวทัศน์อันงดงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัวของเทือกเขาแอลป์ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่นิยมมาเยือนของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ (LINDERHOF) อันเป็นปราสาทหลังที่สองของพระเจ้าลุดวิกที่2 กษัตริย์นักฝันแห่งแคว้นบาวาเรีย พระองค์ทรงสร้างปราสาทหลังนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก พระเจ้าหลุยส์ที่14แห่งฝรั่งเศส และพระราชวังแวร์ซาย ปราสาทหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางอุทยานดอกไม้ ภายในปราสาทตกแต่งด้วยศิลปะร็อคโคโคที่ประดับประดาด้วยทองเหลืองอร่าม ปราสาทลินเดอร์ฮอฟมีห้องทั้งสิ้นเพียง 9 ห้อง แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ ห้องบรรทมที่ตกแต่งประดับประดา เสมือนหนึ่งบรรทมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สามารถมองเห็นน้ำตกที่ไหลจากภูเขาสู่บ่อน้ำเบื้องล่าง ที่มีรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน นอกตัวปราสาทมีถ้ำจำลอง (ถ้ำวีนัส) ซึ่งพระองค์ทรงสร้างขึ้น เพื่อให้เป็นโลกแห่งจินตนาการส่วนพระองค์ยามชมโอเปร่า ภายในถ้ำจำลอง ท่านจะได้เห็นเรือรูปเปลือกหอยที่กษัตริย์ลุดวิกใช้ประทับชมการแสดงโอเปร่า ท่ามกลางความมหัศจรรย์ของเทคนิคการทำประกายใต้น้ำ คลื่นเทียม และฟ้าแลบ เพื่อเพิ่มสีสันจินตนาการของพระองค์ให้ถึงที่สุด

อินน์สบรูก (Innsbruck) คือเมืองหลวงของแคว้นทิโรล (Tirol) ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นเขตอิมพีเรียลแอลป์ (Imperial Alps) ด้วยส่วนผสมของเทือกเขาแอลป์และวัฒนธรรมของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก (Habsburg) เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหารการกิน และกิจกรรมที่ชาวอินน์สบรูกหายใจเข้าออกคือการเล่นกีฬา สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไทยไม่พลาด คือหลังคาทอง (Goldenes Dachl) หน้ามุขศิลปะโกธิกตอนปลายประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทอง 2,657 ชิ้น จักรพรรดิแมกซิมิเลียนที่ 1 ทรงใช้เป็นที่ประทับชมการแสดงเบื้องล่างจัตุรัส หอคอยประจำเมือง ปราสาท Hofburg โบสถ์ประจำราชสำนัก ตลอดจนปราสาท Ambras และการเดินช้อปปิ้งตามถนน Maria-Theresien-Strasse และ Herzog-Friedrich-Strasse ซึ่งบนถนนแฮร์โซกฯ อันเป็นถนนคนเดินที่นำไปสู่หลังคาทอง จะมีร้านขายคริสตัล Swarovski ที่คนไทยมักแวะเวียนเข้าไปชมและเลือกซื้อคริสตัลสักชิ้นสองชิ้นกลับบ้าน

สวารอฟสกี้ คริสตัล เวิลด์ (Swarovski Crystal World) อยู่นอกเมืองอินน์สบรูกไปราว 20 นาที ที่เมืองวัตเตนส์ (Wattens) ภายในระยิบระยับด้วยการจัดแสดงคริสตัลในแสงสีเสียงแพรวพราว หากยังซื้อคริสตัลในอินน์สบรูกไม่จุใจ ที่นี่ยังเป็นอีกทางเลือกให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับมาอีกชิ้นสองชิ้น

ไมเยอร์โฮเฟน (Mayhofen)
ตั้งอยู่ที่ 2,067 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ตรงจุดรวมของหมู่บ้านสี่แห่งในเขตขุนเขาซิลเลอร์ทาล รถจักรไอน้ำ ซิลเลอร์ทาล
รถจักรไอน้ำขบวนเล็กน่าจะเป็นรถในอดีตเสียมากกว่า ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะเพื่อการขนส่งและเพื่อการธุรกิจ แต่เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมที่เห็นได้ ซึ่งแล่นทุกวันบนรางขนาดกว้าง 76 เซนติเมตร ระหว่าง ไมเยอร์โฮเฟน และ เยนบัค รถไฟบนรางแคบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของออสเตรียฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีเมื่อ 2002 ตู้รถคริสตัลที่ประดับด้วยคริสตัล สวารอฟสกี้ 62,000 เม็ด เป็นสิ่งที่สะดุดตาอย่างยิ่ง

มาเรียนพลาตซ์ (Marienplatz)
เป็น “หัวใจ” ของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นชมเมือง ในยุคกลางที่นี่ เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่าง ๆ
มาเรียนพลาตซ์มีสิ่งน่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆังที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Castle)
พระราชวังบารอกแห่งนี้เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 พระราชวังนิมเฟนบูร์กได้รับการกล่าวขานถึงการตกแต่งภายในอันงดงาม และสวนสวย ภายในพระราชวังมีห้องที่ควรเยี่ยมชม คือ Gallery of Beauties ของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 แสดงภาพวาดสตรีสาวสวย 36 นางในวงสังคมมิวนิค รวมถึงภาพวาดนางโลล่า มอนเทซ นักเต้นรำชาวไอริช ผู้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าลุดวิกที่ 1 และเป็นสาเหตุให้พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์

สนามบินนานาชาติมิวนิค ประตูสู่ยุโรปโรแมนติก

สนามบินนานาชาติมิวนิค อาคาร 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2546 เป็นชุมทางสายการบินที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก โดยภายในตกแต่งไว้อย่างหรูหราและเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยซึ่งถือได้ว่าเป็นมาตรฐานท่าอากาศยานใหม่ที่พร้อมรองรับเที่ยวบินของสายการบินในเครือ STAR ALLIANCE และการบินไทย จากสถิติของจำนวนผู้เดินทางมายังสนามบินนานาชาติมิวนิคที่มีเพิ่มขึ้นทุกปีส่งผลให้สนามบินนานาชาติมิวนิคแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ของสนามบินแห่งชาติยุโรปที่ได้รับความนิยมที่สุดบนพื้นที่กว่า 260,000 ตารางเมตร ในอาคาร 2 ของสนามบินนานาชาติมิวนิคได้รับการ
ออกแบบตกแต่งให้ทันสมัยสวยงาม ครบครันไปด้วยบริการการเดินทางต่างๆ ที่สะดวกสบายและสามารถรองรับจำนานผู้โดยสารได้มากกว่า 25 ล้านคนต่อปี ดังนั้นสนามบินนานาชาติมิวนิคจึงมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงชุมทางของสายการบินจากทั่วโลก เพราะนอกจากบริการการเดินทางแล้วที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ
บริการ ไม่ว่าจะเป็น ภัตตาคาร ร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านขนมอบและเบเกอร์รี่ ร้านขายช็อกโกแลต ร้านจิวเวอร์รี่ ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงร้านบริวเวอร์รี่ชื่อดังอย่าง
Erdinger Weissbrau Brewery ก็มาเปิดให้บริการอาหารเยอรมันและเบียร์สดสูตรต้นตำรับอยู่ที่นี่เพื่อให้สมกับความเป็นเมืองเจ้าตำนานเบียร์สดขนานแท้ ส่วนใครที่ชอบรสชาติอาหารตามแบบเอเชียก็มีภัตตาคาร Mangostin เปิดบริการอาหารเอเชียทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาหารไทยรสชาติจัดด้วยเพราะสนามบินนานาชาติมิวนิค
แห่งนี้มีนโยบายที่จะเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจควบคู่ไปกับการเป็นชุมทางของสายการบินทั่วโลก ดังนั้นนอกจากร้านค้าและภัตตาคารต่างๆแล้วที่นี่ยังมีบริการห้องพัก
ห้องประชุม บริการให้เช่าโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือ และโดดเด่นกว่าด้วยการเปิดคลีนิคตรวจสุขภาพภายในสนามบินแห่งแรกของโลก ซึ่งมีขนาด 13 เตียง
ห้องผ่าตัดอีก 2 ห้องพร้อมคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย โดยคลีนิคดังกล่างอยู่ภายใต้ความร่วมมือของ MediCare Gmbh
และสนามบินนานาชาติมิวนิค นอกจากนี้ยังเปิดสถานีให้บริการเติมก็าซไฮโดรเจนกลางสนามบินเป็นแห่งแรกของโลกอีกด้วยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มา
จากประเทศในสหภาพยุโรป มีของขวัญให้นักช้อปปิ้งด้วย Tax Free อันจะได้รับการคืนภาษีราว 12% ของมูลค่าที่จ่ายไป มองหาร้านที่ติดป้าย Europe-Tax-Free
เมื่อซื้อของ จะได้รับใบเสร็จและ Tax-Free Shopping Cheque สามารถนำไปแลกคืน เวลาออกนอกประเทศ โดยต้องโชว์ของที่ซื้อไปพร้อมกับเช็คคืนภาษีที่ร้านมอบให้ ไว้แสดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยอาจได้รับคืนเป็นเช็ค หรือเข้าทางบัตรเครดิตในภายหลัง หากออกจากที่สนามบินนานาชาติมิวนิคสามารถรับภาษีคืนเป็นเงินสดได้เลย



ชวนคุณดูหนังหลังเลิกงานเรื่อง MAMMA MIA
Eazy Explorer 10 แข่งแรลลี่พานั่งไกลถึง London


กลับสู่หน้า Eazy FM.
กลับสู่หน้า Virgin Radio Thailand